x close

หนุ่มตี๋พิสูจน์รักแท้สาวแอฟริกัน จากรักต้องห้าม กลายเป็นวิวาห์หวานชื่น

          เผยเรื่องราวความรักดั่งในนิยาย หนุ่มตี๋พิสูจน์รักแท้สาวแอฟริกันผิวสี จากรักต้องห้าม ครอบครัวไม่ยอมรับ จนเอาชนะใจได้ กลายเป็นวิวาห์หวานชื่น
 

          แม้ว่าทุกวันนี้การเหยียดชาติพันธุ์และสีผิวจะลดน้อยลง เนื่องจากการรณรงค์เรื่องสิทธิความเท่าเทียมกันของมนุษย์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีบางสังคม บางครอบครัว ที่ยังไม่ยอมรับความแตกต่างเหล่านั้น เช่นเดียวกับเรื่องราวของคู่รักคู่นี้ พวกเขาเจออุปสรรคใหญ่ เป็นความแตกต่างทั้งทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม แต่สุดท้ายก็เอาชนะได้ด้วยความรัก
 

          เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ หยิบเรื่องราวนี้มานำเสนอเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 เผยว่า คลาเรนซ์ แทน หนุ่มตี๋ลูกครึ่งฮ่องกง-สิงคโปร์  ซึ่งอาศัยในสหรัฐฯ เล่าเรื่องราวความรักของเขาและ เอ็ดน่า แฟนสาวชาวกานา จากแอฟริกาตะวันตก ที่ตอนนี้ทั้งสองคนได้แต่งงานกันแล้ว แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
 

          คลาเรนซ์ เผยว่า อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าการคบหาดูใจกับชาวแอฟริกันผิวสี ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้ง่าย ๆ เลยในสังคมวัฒนธรรมจีน-เอเชีย และแน่นอนว่าเมื่อที่บ้านของเขารู้ว่าเขากำลังคบหาอยู่กับเอ็ดน่า เขามีปัญหาอย่างรุนแรงกับครอบครัว โดยเฉพาะพ่อของเขา ซึ่งเป็นบุคคลที่เขาเคารพมากที่สุด เมื่อพ่อไม่ยอมรับเอ็ดน่า เขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง โดยพ่อให้เหตุผลว่า ความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นปัญหาใหญ่ จะส่งผลเสียต่อชีวิตการแต่งงาน จะทำให้เกิดความยุ่งยากลำบากในภายหลัง และหากเขากลับมาอาศัยในเอเชีย เขาจะต้องเจอปัญหาตามมามากมาย
 

          แม้จะเป็นเช่นนั้น คลาเรนซ์ก็ยังยืนยันที่จะคบหากับเอ็ดน่าต่อ ถึงขนาดพ่อยื่นคำขาดว่าจะไม่มาร่วมอวยพรให้ หากทั้งสองคนแต่งงานกัน หากเป็นคนอื่นอาจจะถอดใจยอมแพ้ แต่คลาเรนซ์ไม่ใช่เช่นนั้น เขาปฏิบัติการรุกฆาต พาเอ็ดน่าเดินทางไปที่บ้าน ไปเยี่ยมครอบครัวของเขา ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ท้าทายและกระอักกระอ่วนไม่น้อยสำหรับตัวเอ็ดน่า และครอบครัวของคลาเรนซ์เอง โดยเฉพาะพ่อ
 

          อย่างไรก็ดี แม้ว่าพ่อจะไม่ยอมรับเอ็ดน่า แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกนักและให้การต้อนรับอย่างสุภาพ แต่สำหรับเอ็ดน่า เธอสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่การต้อนรับอย่างเต็มใจ เธอเคยทะเลาะกับคลาเรนซ์หลายครั้ง เรื่องที่เขาพยายามพาเธอไปเจอครอบครัวบ่อยครั้ง ถึงขนาดโกหกเธอว่าที่บ้านชวน แต่ความจริงแล้วตรงกันข้าม
 

          น้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังกร่อนได้ นับประสาอะไรกับใจคน เมื่อครอบครัวของคลาเรนซ์ได้พบเอ็ดน่าบ่อยครั้งมากขึ้น พวกเขาก็เริ่มมองเห็นตัวตนที่แท้จริง มองข้ามความแตกต่าง เริ่มรู้ว่าเธอเป็นคนเก่ง ฉลาด จิตใจดี เป็นห่วงเป็นใย คอยเอาใจใส่ และสุภาพ อีกทั้งพวกเขายังได้รู้ว่า เอ็ดน่ามีส่วนช่วยสร้างบริษัทของคลาเรนซ์ (ปัจจุบันเป็นบริษัทของทั้งคู่แล้ว) อีกทั้งเอ็ดน่ายังเคยช่วยเหลือด้านการเงินแก่คลาเรนซ์ ซึ่งเขารู้สึกอายในเรื่องนี้ เพราะตอนแรกเขาไม่กล้าบอกครอบครัว แต่สุดท้ายพวกเขาก็รู้เรื่อง
 

          เวลาผ่านไป 3 ปี หลังจากเอ็ดน่าและครอบครัวของคลาเรนซ์ได้ร่วมกินข้าวพูดคุยและใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ในที่สุดเธอก็ได้รับไฟเขียวจากครอบครัวของเขา คลาเรนซ์ได้รับอนุญาตให้แต่งงานกับเอ็ดน่าได้ และในงานวิวาห์ของเขาและเธอก็ดำเนินไปอย่างหวานชื่น ทุกคนแฮปปี้มีความสุขมาก ๆ โดยเฉพาะพ่อของคลาเรนซ์ เขาเผยว่า ไม่เคยเห็นพ่อมีความสุขเท่านี้มาก่อน เขายิ้มกว้างอย่างยินดี มีร่วมเล่นดนตรีในงาน และคุณแม่มาร่วมเต้นรำบนฟลอร์ เป็นภาพที่งดงามน่าตื้นตันใจอย่างที่สุด
 

          "มันเป็นเรื่องที่ยากมหาโหดมาก ๆ แต่สำหรับเธอคนนี้ เอ็ดน่า มันคุ้มค่า 100%" คลาเรนซ์ กล่าวถึงเจ้าสาวแสนสวยของเขา
 

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
หนุ่มตี๋พิสูจน์รักแท้สาวแอฟริกัน จากรักต้องห้าม กลายเป็นวิวาห์หวานชื่น โพสต์เมื่อ 5 กันยายน 2562 เวลา 17:02:05 59,836 อ่าน
TOP