รีวิวพิธีสมรสผูกข้อมือ งานแต่งเล็ก ๆ ที่แฝงความหมายดี ๆ



        "พิธีสมรสผูกข้อมือ" หรือ Handfasting
ถือเป็นอีกหนึ่งพิธีแต่งงานท้องถิ่นของหมู่เกาะบริเตน ซึ่งลักษณะของพิธีจะมีการกล่าวยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่คนสองคนมีให้กันต่อหน้าประจักษ์พยาน และคู่บ่าวสาวจะกล่าวคำปฏิญาณแก่กันต่อหน้าผู้ทำพิธีและแขกที่มาร่วมงาน ^^ อ๊ะ ๆ เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจไม่รู้ว่าคืออะไร วันนี้เราเลยนำรีวิวงานแต่งสุดอบอุ่นของ คุณ Lagnadan สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  กับการจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ด้วยพิธีสมรสผูกข้อมือ กับงบประมาณที่ไม่เกิน 4 หมื่น แถมยังไม่ต้องง้อ Organizer ด้วยนะ งานแต่งจะน่ารักและโรแมนติกขนาดไหน ไปชมกันเลยค่ะ 






        จริง ๆ แล้วงานแต่งนี้เริ่มมาจากความคิดที่ว่าอยากหาที่กินเลี้ยงฉลองกันเองในหมู่เพื่อนสนิทครับ แต่จำนวนเพื่อน ๆ ที่ทราบข่าวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดความคิดว่ามานั่งรวมหน้ากัน กินเฉย ๆ ก็คงจะธรรมดาไป ถ้ามีพิธีเล็ก ๆ ในงานด้วยก็คงจะน่ารัก และน่าจดจำไม่น้อยโปรเจคท์ก็เลยค่อย ๆ ขยายออกไปเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นงาน "Handfasting" หรือ "พิธีสมรสผูกข้อมือ"

        หลังจากที่ได้ทราบจำนวนแขกอย่างคร่าว ๆ คือราว 40-60 คน ก็พยายามหาสถานที่ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของบรรยากาศ อาหาร และราคา จนมาจบที่ห้องอาหาร No.43 ของ Cape House หลังสวนครับโดยเหมาบุฟเฟ่ต์กลางวันของทั้งห้องอาหาร จำนวน 65 หัว เรียกได้ว่าปิดห้องเลี้ยงกันไปเลย



        ทางห้องอาหารก็น่ารักมากครับ ให้ความสนใจ สอบถาม และเก็บรายละเอียด โดยทางห้องอาหารกังวลแค่เรื่องเสียง เพราะตอนแรกพอเขาได้ยินว่างานแต่งงานก็คงกลัวว่าจะเจอเครื่องเสียงมั้งครับ แต่พอเราอธิบายรูปแบบงานไปทางนั้นก็ให้ความสนใจมาก และตอบรับเราเป็นอย่างดีพร้อมกับช่วยจัดหาดอกไม้มาประดับห้องอาหารให้ดูพิเศษกว่าทุกวัน โดยเพิ่มค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย

        หลังจากนั้นก็หาสมุดลงชื่อ ใจอยากจะทำให้พิเศษ คือไม่ได้ซื้อสมุดสำเร็จรูปมาวางเฉย ๆ หาไปหามาจนมาจบที่หนังสือทำมือแสนน่ารัก สั่งไม่นานก็ได้เลย ตามใจเจ้าสาวที่ชอบกระต่ายและดุนปกนูนให้เป็นอักษรย่อชื่อบ่าวสาว



        ส่วนของชำร่วยทำเองเลยครับ เดินจตุจักรหาขวดเล็ก ๆ หาถุงผ้า กุหลาบแห้ง ดอกลาเวนเดอร์แห้ง น้ำผึ้ง และเกลือ กลับมาถึงก็เปิดโรงงานนรกจนออกมาเป็นของชำร่วยน่ารัก ๆ แบบนี้



        และที่ขาดไม่ได้ คือ เชือกผูกข้อมือ หัวใจสำคัญของงาน Handfasting ก็ได้จตุจักรนี่แหละครับ หาของมาทำกันเอง



        ที่เหลือก็เป็นงานจุกจิก เช่น งานเชิญแขก สั่งช่อดอกไม้ให้เจ้าสาว ตระเตรียมพิธี และเก็บตกรายละเอียดต่าง ๆ ต่างคนต่างปันเวลาว่างจากการทำงานของตัวเองมาช่วยกัน บ้างก็ช่วยเดินเรื่องตามงาน บ้างก็ช่วยแรง ช่วยสมอง ช่วยความเห็น ฯลฯ ยิ่งใกล้วันยิ่งตื่นเต้นครับ บางคนตื่นเต้นกว่าเจ้าสาวอีก (ฮา ๆๆ) พอวันพิธีมาถึง ก็มารอหน้าห้องอาหารตั้งแต่เขายังจัดไม่เสร็จเลยครับ แต่พี่ ๆ พนักงานน่ารักและใจดีมาก ๆ ออกมาอธิบาย ให้ข้อมูล และบอกเวลาอย่างชัดเจน พอทางห้องอาหารพร้อมเราก็เข้าไปจัดของอีกนิดหน่อย งานแต่งก็พร้อมจะรับแขกแล้วครับ



        โต๊ะรับแขกหน้างานขนาดย่อม ๆ ในส่วนของการลงชื่อในสมุด ไม่ได้แค่ให้เขียนเฉย ๆ ครับ แต่มีการถ่ายรูปด้วยกล้องโพลารอยด์หน้างานกับคู่บ่าวสาวก่อนแล้วจึงนำไปแปะลงในสมุด แล้วค่อยเขียนอวยพร ตอนแรก ๆ คิดว่าน่าจะเสียเวลาในส่วนนี้มาก แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไหลลื่นดีทีเดียวครับ อาจจะเพราะแขกเรามีไม่มีมากเลยไม่ติดขัดเสียเวลาเท่าไร



        หลังจากนั้นแขกก็จะได้รับของชำร่วยครับ



        ที่ใช้กุหลาบแช่น้ำผึ้งก็เหมือนเช่นงานแต่งทั่ว ๆ ไปครับ ที่ต้องการแสดงให้เป็นสัญลักษณ์ของความรักความหอม+หวาน ของความสัมพันธ์ที่มีให้แก่กัน ในถุงยังใส่เกลือก้อนหยาบ และดอกลาเวนเดอร์แห้งลงไปด้วย เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์และความสุขในชีวิตครับ



        เจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งหน้าและทำผมกันเองเนี่ยแหละครับ สาว ๆ เขาช่วยกันหยิบ ๆ จับ ๆ ปัด ๆ แต่ง ๆ จนออกมาสวยเช้งไม่ต้องพึ่งช่างกันเลย พอแขกเหรื่อพร้อมก็เริ่มพิธีครับ แขกทุกท่านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และมีความสนอกสนใจมากครับ



        การผูกข้อมือแบบนี้เป็นพิธีแต่งงานท้องถิ่นของทางหมู่เกาะบริเตน ลักษณะของพิธีก็เหมือนพิธีแต่งงานทั่วไป คือ เป็นการกล่าวยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่คนสองคนมีให้กันต่อหน้าประจักษ์พยานทั้งหลาย คู่บ่าวสาวจะมีการกล่าวคำปฏิญาณแก่กันต่อหน้าผู้ทำพิธีและแขกเหรื่อ



        เชือกผูกข้อมือจะต่างกันไปตามแต่ละท้องที่และความเชื่อครับ ในงานนี้ใช้เป็นเชือกกระสอบ ลูกไม้ และริบบิ้นผ้า สื่อถึงชีวิตทั้ง 3 แบบ ที่บ่าวสาวจะได้พบในชีวิตคู่ คือ เชือกกระสอบ แทนความทุกข์ ความลำบาก และความขัดแย้ง, ลูกไม้ แทนความสุข ความสบาย ความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์, ริบบิ้นผ้า แทนความธรรมดาสามัญ และชีวิตประจำวัน และกลางเชือกจะผูกปมไว้ปมหนึ่ง เป็นเครื่องหมายถึงความผูกพันและพันธะสัญญาที่ทั้งสองมอบให้แก่กันครับ



        กำลังกล่าวคำปฏิญาณข้อสุดท้ายครับ



        ใครสังเกตจะเห็นเสาเชิงเทียนคู่หนึ่งตั้งขนาบเจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นเทียนแทนคู่บ่าวสาว หมายถึงแสงสว่าง การนำทางและความอบอุ่นที่ทั้งสองจะมอบให้แก่กันครับ



        "บัดนี้ ต่อหน้าสักขีพยานทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอประกาศให้ท่านทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน และขออำนาจแห่งคำปฏิญาณนี้ อำนวยพรให้ชีวิตสมรสของท่านทั้งสองเข้มแข็งขึ้น เจริญในความรักที่มีให้แก่กันและกันตลอดไป"



        ในสมัยก่อนเขาจะให้บ่าวสาวผูกข้อมือติดกันไว้แบบนี้เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน ครับ !!! ส่วนหนึ่งอาจจะเพื่อให้ฝึกความมีน้ำอดน้ำทนและรู้จักการให้ความร่วมมือแก่กันและกัน แต่ในปัจจุบันทำไม่ได้ ก็เลยละประเพณีนี้ไปครับ



        มีแขกท่านหนึ่งถ่ายวิดีโอไว้ด้วยครับ


        หลังจากเสร็จพิธีแล้วก็เข้าสู่การฉลองครับ ก็เชิญแขกเหรื่อกินและดื่มกันตามอัธยาศัย











        อาหารนี่เรียกได้ว่าคอยเติมไม่ขาดเลยครับ ส่วนตัวชอบมากินที่นี่กับเพื่อนเป็นประจำอยู่แล้ว เลยเชื่อมือในรสอาหารเขาพนักงานน่ารักมาก ๆ เลยครับ ยิ้มแย้มและใส่ใจในการให้บริการมาก ๆ หมั่นมาถามไถ่ว่าขาดเหลืออะไรตรงไหนอีกบ้าง



        ใครที่เคยมากินที่นี่จะคุ้นเคยกับพี่คนนี้ อาจจะดูดุสักหน่อยเวลาสั่งงานแต่จริง ๆ แล้วน่ารักมากครับ ออกแนวเข้มงวดมากกว่า



        เจ้าบ่าวเจ้าสาวกินข้าวกันกะหนุงกะหนิง <3





        พอแขกเริ่มกินกันจนอยู่ท้องแล้ว เริ่มเดินเล่น คุยกัน ถ่ายรูปเล่นกัน ก็มาถึงฉากที่ขาดไม่ได้ในงานแต่งงาน



        เคยอ่านเจอครับว่าสาเหตุที่มีการโยนช่อดอกไม้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อที่ว่า การได้ดอกไม้หรือชิ้นส่วนบนชุดเจ้าสาวติดมือกลับบ้านจะนำโชคดีมาให้ จนถึงขนาดที่ว่ามีการฉีกทึ้งชายกระโปรงของเจ้าสาวกันเลยทีเดียว การโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวจึงมิใช่แค่มอบความโชคดีให้แก่แขกเหรื่อในงาน แต่ยังเปิดโอกาสให้เจ้าสาวได้เดินออกจากงานไปสู่ห้องหอได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย



        แต่เดิมการรับช่อดอกไม้เจ้าสาวจะสงวนไว้ให้แต่กับแขกผู้หญิงที่ยังสาวและโสดอยู่ โดยเชื่อว่าผู้ที่ได้รับดอกไม้ไปจะได้แต่งงานเป็นคนถัดไป (ก็เล่นได้ทั้งช่อแบบนี้แสดงว่าโชคดีสุด ๆ ไปเลย แล้วสำหรับผู้หญิงจะมีอะไรโชคดีไปกว่าการได้ออกเรือนล่ะครับ)



        ดอกไม้เจ้าสาว <3



        เสร็จแล้วยังมีใบรับรองการสมรสให้อีกด้วยครับ เป็นเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากทีมจัดงาน <3

        ขอให้ชีวิตรักของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความสุข และยั่งยืนไปตลอดนะครับ <3 <3 <3



        ---------------------------------------------------------------------------------------

        ทีนี้เราลองมาดูที่งบประมาณครับ

        อาหาร+ค่าดอกไม้ตกแต่ง 30,350 บาท
        ช่อดอกไม้เจ้าสาว 800 บาท
        สมุดลงชื่อ 500 บาท
        ฟิลม์โพลารอยด์ 1,350 บาท
        ของชำร่วย 1,000 บาท
        ช่างภาพ 2,000 บาท
        จิปาถะ 2,000 บาท

        รวมทั้งสิ้น 38,000 บาทครับ สำหรับงานแต่งเล็ก ๆ กับแขก 65 คน

        ใครสนใจลองเอาไปเป็นแรงบันดาลใจบ้างก็ได้นะครับ เหนื่อยหน่อยแต่สนุกและประทับใจมากครับ <3

        -------------------------------------------------------------

        เก็บตกบรรยากาศ



        ตรวจทานบทพิธีซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะต้องแปลจากอังกฤษเป็นไทยที่เลือกแปลเป็นภาษาไทย ก็เพื่อให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ง่ายครับ



        แก๊งงานแต่ง <3 เกือบลืมถ่ายภาพหมู่กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวเสียแล้วมัวแต่ยุ่งเรื่องงานกัน



        ซักซ้อมพิธีกันอีกครั้งก่อนเริ่มพิธีจริง



        พอพิธีเสร็จแล้วใจหายเลยครับ เหนื่อยก็เหนื่อย โล่งก็โล่ง เหงาก็เหงา มันหลากอารมณ์ปนกันไป แต่ที่แน่ ๆ สุขใจมากครับ <3

        ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ ขอความรักจงมีแด่ท่านทั้งหลายครับ <3

 
วางแผนแต่งงาน ชุดแต่งงาน เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับงานแต่งงาน คลิกเลย 
 
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ

 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Lagnadan สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รีวิวพิธีสมรสผูกข้อมือ งานแต่งเล็ก ๆ ที่แฝงความหมายดี ๆ โพสต์เมื่อ 29 เมษายน 2558 เวลา 16:45:09 24,114 อ่าน
TOP