พิธีแต่งงานแบบอิสลาม หลักปฏิบัติของชาวมุสลิม


พิธีแต่งงานแบบอิสลาม

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram ppanward

           ศาสนาอิสลาม นับเป็นอีกศาสนาหนึ่งที่มีชาวไทยนับถืออยู่จำนวนมาก การแต่งงานแบบอิสลามจึงมักมีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “พิธีแต่งงานแบบอิสลาม” ว่ามีความพิเศษอย่างไร

           พิธีแต่งงานแบบอิสลาม เรียกว่า นิกะห์ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตกลงปลงใจจะแต่งงานกัน จากนั้นฝ่ายชายจะให้ผู้ใหญ่ไปทำการสู่ขอ โดยมีการตกลงค่า มะฮัรฺ หรือ สินสอดทองหมั้น และกำหนดวันแต่งงาน

การกำหนดวันแต่งงาน

           เนื่องจากความเชื่อของศาสนาอิสลาม ไม่เชื่อในเรื่องโชคชะตา จึงไม่นิยมดูฤกษ์ยามก่อนแต่งงาน และมีข้อห้ามไม่ให้เชื่อเรื่องดวงดาวและโชคชะตาต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้น ชาวมุสลิมจึงไม่มีฤกษ์วันแต่งงาน นอกจากความสะดวกทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

พิธีแต่งงานแบบอิสลาม

พิธีแต่งงานแบบอิสลาม มีกฎอยู่ 5 ประการ ดังนี้

           1. ทั้งชายและหญิงต้องเป็นมุสลิม ถ้าแต่งงานกันไปแล้ว และมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนศาสนา ให้ถือว่าความเป็นสามีภรรยาก็สิ้นสุดลงด้วย โดยถือว่าเป็นการผิดประเวณี

           2. ฝ่ายชายจะต้องจัดหาสินสอดทองหมั้น (มะฮัร) ให้กับฝ่ายหญิง และเมื่อแต่งงานกันแล้วสินสอดจะตกเป็นของฝ่ายหญิงเพียงคนเดียว

           3. จะต้องมีชายมุสลิมที่มีคุณธรรม มาเป็นพยานในการแต่งงานอย่างน้อย 2 คน

           4. จะต้องมี วะลีย์ หรือ ผู้ปกครองของฝ่ายหญิงเป็นผู้ทำหน้าที่แต่งงานให้ ซึ่งหากพ่อแม่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ฝ่ายหญิงจะต้องตั้งบุคคลมาเป็นวะลีย์แทน

           5. วะลีย์ของฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้เสนอคำขอแต่งงาน (อีญาบ) โดยมีเจ้าบ่าวขานรับ (กอบูล)

           จากนั้นจึงมีการเลี้ยงฉลองแต่งงานกันขึ้น เรียกว่า วะลีมะฮฺ โดยที่มีข้อแม้ว่างานเลี้ยงจะต้องไม่ฟุ่มเฟือย เนื่องจากความเชื่อของศาสนาอิสลามนั้น อนุญาตให้มีการฉลองงานแต่งงานได้ แต่จะต้องอยู่ในความพอดี เนื่องจากเป็นความสิ้นเปลือง

พิธีแต่งงานแบบอิสลาม


การแต่งงานกับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม

           ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม หากต้องการแต่งงานกับชาวมุสลิม จะต้องเปิดใจยอมรับความเชื่อของศาสนาอิสลาม และเชื่อในคำสอนของพระอัลเลาะห์ เนื่องจากศาสนาอิสลามมีความเคร่งครัด และมีข้อห้ามมากมาย ดังนั้นหากเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามเหมือนกับคู่รักได้ ก็จะเป็นเรื่องดีต่อการใช้ชีวิตร่วมกัน

การเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม

           1. กล่าวชะฮาดะฮฺ คือการกล่าวปฏิญาณตน โดยกล่าวว่า "อัชฮะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะอัชฮะดุอันนะมุฮัมมะดุรฺเราะซูลุลลอฮฺ" แปลว่า "ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพภักดี นอกจากอัลเลาะห์เพียงองค์เดียว และฉันขอปฏิญาณตนว่ามูฮัมมัดคือศาสนทูตของพระองค์"

           2. เมื่อกล่าวปฏิญาณตนแล้ว จะอาบน้ำ ซุนนะฮฺ หรือไม่ก็ได้ ซึ่งวิธีการคือการใช้น้ำสะอาดชำระล้างร่างกาย ในขณะที่ตั้งเจตนาว่า "ข้าพเจ้าอาบน้ำชำระล้างร่างกายเนื่องในการเข้ารับอิสลามเพื่ออัลเลาะห์" และกล่าวว่า "บิสมิลลาฮฺ" จากนั้นให้ล้างมือ บ้วนปาก ล้างรูจมูก ล้างแขน 3 ครั้งทีละจุด จากนั้นให้อาบน้ำให้สะอาด และล้างเท้า 3 ครั้ง

           3. ตั้งชื่อมุสลิม โดยให้ใครตั้งให้ก็ได้

           4. หากเป็นเพศชาย ก็ต้องไปทำคิตาน หมายถึง การขลิบหนังส่วนปลายที่หุ้มอวัยวะเพศ

           5. ศึกษาหลักคำสอนของศาสนาอิสลามต่าง ๆ ทั้งข้อใช้และข้อห้าม เพราะเมื่อเข้ารับอิสลาม ทุกอย่างจะเริ่มถูกบันทึกโดยเฉพาะการละหมาด

 การแต่งกายแบบอิสลาม

การแต่งกายแบบอิสลาม

           ฝ่ายหญิงหากเข้านับถือศาสนาอิสลามแล้ว จะต้องระวังเรื่องกายแต่งกาย ให้ปกปิดมิดชิด เปิดได้เฉพาะใบหน้า และฝ่ามือ ไม่ใส่ชุดรัดรูป บาง ๆ หรือเอวต่ำ กระโปรงไม่มีรอยผ่า ถ้าเดินไม่สะดวกให้ใส่กระโปรงที่ไม่แคบ เช่น กระโปรงมีจีบ เป็นต้น

           ถึงแม้ว่าจะมีประเพณีที่ค่อนข้างเคร่งครัด แต่การแต่งงานแบบอิสลาม ก็ยังเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ขาวมุสลิมทุกคน ต้องยึดถือและปฏิบัติตามกันมาอย่างยาวนาน ดังนั้น หากใครต้องการแต่งงานตามประเพณีอิสลาม จึงควรศึกษาและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนนะคะ ยินดีด้วยกับคู่รักทุกคู่ค่ะ


วางแผนแต่งงาน ชุดแต่งงาน เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับงานแต่งงาน คลิกเลย 

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
annisaa.com


คิดอย่างไรกับเรื่อง: พิธีแต่งงานแบบอิสลาม หลักปฏิบัติของชาวมุสลิม ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
พิธีแต่งงานแบบอิสลาม หลักปฏิบัติของชาวมุสลิม โพสต์เมื่อ 3 พฤษภาคม 2555 เวลา 13:50:55 340 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP